เป็นเครื่องบันทึกภาพระบบ DVR สำหรับงานกล้องวงจรปิดที่รองรับกล้องอนาล็อกได้สูงสุด 16 ช่อง พร้อมรองรับการเชื่อมต่อกล้อง IP ได้สูงสุด 32 ช่อง เหมาะสำหรับบ้านพักอาศัย อาคารสำนักงาน ร้านค้า โรงงาน และโครงการที่ต้องการระบบรักษาความปลอดภัยที่รองรับกล้องจำนวนมากและการจัดการภาพอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวเครื่องรองรับการบันทึกภาพความละเอียดสูงถึง 4K/8MP และ 5MP พร้อมเทคโนโลยีการบีบอัดภาพ H.265 Pro+/H.265 ช่วยลดพื้นที่จัดเก็บข้อมูล ขณะที่เทคโนโลยี AcuSense ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับและค้นหาเหตุการณ์สำคัญ เช่น บุคคลและยานพาหนะ รวมถึงรองรับ Motion Detection 2.0 และฟังก์ชันรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะสำหรับการใช้งานที่ต้องการความแม่นยำมากขึ้น
การันตี 20 วัน
เป็นเครื่องบันทึกภาพระบบ DVR สำหรับงานกล้องวงจรปิดที่รองรับกล้องอนาล็อกได้สูงสุด 16 ช่อง พร้อมรองรับการเชื่อมต่อกล้อง IP ได้สูงสุด 32 ช่อง เหมาะสำหรับบ้านพักอาศัย อาคารสำนักงาน ร้านค้า โรงงาน และโครงการที่ต้องการระบบรักษาความปลอดภัยที่รองรับกล้องจำนวนมากและการจัดการภาพอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวเครื่องรองรับการบันทึกภาพความละเอียดสูงถึง 4K/8MP และ 5MP พร้อมเทคโนโลยีการบีบอัดภาพ H.265 Pro+/H.265 ช่วยลดพื้นที่จัดเก็บข้อมูล ขณะที่เทคโนโลยี AcuSense ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับและค้นหาเหตุการณ์สำคัญ เช่น บุคคลและยานพาหนะ รวมถึงรองรับ Motion Detection 2.0 และฟังก์ชันรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะสำหรับการใช้งานที่ต้องการความแม่นยำมากขึ้น
ดาวน์โหลดข้อมูลไฟล์ Datasheet
แนะนำวิธีการใช้งาน
1.ติดตั้งเครื่องบันทึก
วางเครื่อง DVR ในบริเวณที่อากาศถ่ายเทสะดวกและไม่มีความชื้น
หากติดตั้งในตู้ Rack ให้เว้นพื้นที่รอบเครื่องสำหรับระบายความร้อน
2.ติดตั้งฮาร์ดดิสก์ (HDD)
ปิดเครื่องและถอดแหล่งจ่ายไฟก่อนติดตั้ง HDD
ติดตั้ง HDD ลงในช่อง SATA ภายในเครื่องให้เรียบร้อย
เปิดเครื่องและเข้าเมนู Storage / HDD เพื่อเริ่มต้น (Initialize) และตรวจสอบสถานะ HDD
3.เชื่อมต่อกล้องวงจรปิด
เชื่อมต่อกล้อง Analog เข้ากับช่อง BNC จำนวน 16 ช่อง
เชื่อมต่อสายสัญญาณและสายไฟของกล้องให้ถูกต้อง
หากใช้กล้อง IP ให้เชื่อมต่อ DVR เข้ากับเครือข่ายและเพิ่มกล้องผ่านเมนู Network/Camera
4.เชื่อมต่อจอแสดงผล
เชื่อมต่อ HDMI หรือ VGA จาก DVR ไปยัง Monitor/TV
เปิดเครื่องและทำการตั้งค่าครั้งแรกผ่านหน้าจอ
5.ตั้งค่าระบบพื้นฐาน
กำหนดรหัสผ่านผู้ดูแลระบบ
ตั้งค่า วันที่ เวลา และ Time Zone ให้ถูกต้อง
ตั้งค่าภาษาของระบบและรูปแบบการแสดงผลตามต้องการ
6.ตั้งค่าการบันทึก
เข้าเมนู Record เพื่อกำหนดรูปแบบการบันทึก
สามารถเลือกบันทึกแบบต่อเนื่อง หรือบันทึกเมื่อมีการเคลื่อนไหว/เหตุการณ์
กำหนดความละเอียด อัตราเฟรม และระยะเวลาการเก็บข้อมูลให้เหมาะสมกับความจุ HDD
7.เปิดใช้งานระบบตรวจจับอัจฉริยะ
ตั้งค่า Motion Detection 2.0 เพื่อช่วยตรวจจับบุคคลและยานพาหนะ
ตั้งค่า Perimeter Protection สำหรับพื้นที่หวงห้าม เช่น การข้ามเส้นหรือบุกรุกพื้นที่
หากใช้งานฟังก์ชัน Face Recognition ให้ตั้งค่าฐานข้อมูลและเงื่อนไขการตรวจจับตามลักษณะงาน
8.ตั้งค่าการดูภาพย้อนหลัง
เข้าเมนู Playback
เลือกกล้อง วันที่ และช่วงเวลาที่ต้องการ
สามารถค้นหาภาพจากเหตุการณ์หรือประเภทการตรวจจับ เพื่อช่วยลดเวลาในการค้นหาหลักฐาน
9.ตั้งค่าการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
เชื่อมต่อพอร์ต LAN ของ DVR เข้ากับ Router/Switch
ตั้งค่า Network ให้ถูกต้อง
สามารถตั้งค่าการเข้าถึงระยะไกลผ่าน Hik-Connect เพื่อดูภาพสดและภาพย้อนหลังผ่านอุปกรณ์ที่รองรับ
10.สำรองข้อมูล
เสียบ USB Flash Drive หรืออุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่รองรับเข้ากับพอร์ต USB
เลือกไฟล์หรือช่วงเวลาที่ต้องการจากเมนู Playback
เลือก Export/Backup เพื่อบันทึกวิดีโอและนำไปตรวจสอบภายหลัง
Diagram (แผนภาพการเชื่อมต่อ)
ข้อดีและประโยชน์ในการใช้งาน
ข้อควรระวังในการใช้งาน
อุปกรณ์ที่จะได้รับ
1) เครื่องบันทึกภาพ DVR HIKVISION รุ่น iDS-7216HUHI-M2/XT จำนวน 1 เครื่อง
2) อะแดปเตอร์/ชุดจ่ายไฟสำหรับเครื่องบันทึก จำนวน 1 ชุด
3) สาย SATA สำหรับเชื่อมต่อฮาร์ดดิสก์
4) เมาส์ USB สำหรับควบคุมเครื่อง จำนวน 1 ตัว
5) คู่มือการใช้งาน/เอกสารประกอบสินค้า
tags : HIKVISION, iDS-7216HUHI-M2/XT, เครื่องบันทึกภาพ HIKVISION, DVR HIKVISION, DVR 16CH, DVR 16 ช่อง, เครื่องบันทึกกล้องวงจรปิด, เครื่องบันทึก CCTV, CCTV 16 ช่อง, 5MP DVR, 4K DVR, H.265, H.265 Pro+, AcuSense, Motion Detection 2.0, Face Recognition, Perimeter Protection, AcuSearch, กล้องวงจรปิด, ระบบรักษาความปลอดภัย, เครื่องบันทึกภาพ 1U, Hikvision DVR 16CH, Hikvision AcuSense, Turbo HD, CCTV HIKVISION, เครื่องบันทึกกล้อง 16 ตัว, ระบบกล้องวงจรปิด เครดิตฟรี
เฉพาะซื้อออนไลน์ผ่านทุกช่องทาง
บัตรเครดิต
QR Code
เก็บเงินปลายทาง
ธนาคาร / ATM