เป็นเครื่องบันทึกภาพระบบ CCTV ที่ออกแบบมาสำหรับงานรักษาความปลอดภัยทั้งภายในบ้าน สำนักงาน ร้านค้า โกดัง และธุรกิจต่าง ๆ รองรับการบันทึกภาพสูงสุด 8 ช่องสัญญาณ พร้อมเทคโนโลยี AcuSense และ Deep Learning ช่วยแยกแยะบุคคลและยานพาหนะจากวัตถุเคลื่อนไหว เพิ่มความแม่นยำในการตรวจจับเหตุการณ์และช่วยลดการแจ้งเตือนที่ไม่จำเป็น ตัวเครื่องรองรับสัญญาณกล้องแบบ HDTVI, AHD, CVI, CVBS และ IP ทำให้สามารถใช้งานร่วมกับระบบกล้องหลากหลายรูปแบบ รวมถึงรองรับกล้องเครือข่ายได้สูงสุด 12 ช่อง และใช้เทคโนโลยีบีบอัดภาพ H.265 Pro+ เพื่อช่วยลดพื้นที่จัดเก็บข้อมูลและแบนด์วิดท์ในการส่งข้อมูล
การันตี 20 วัน
เป็นเครื่องบันทึกภาพระบบ CCTV ที่ออกแบบมาสำหรับงานรักษาความปลอดภัยทั้งภายในบ้าน สำนักงาน ร้านค้า โกดัง และธุรกิจต่าง ๆ รองรับการบันทึกภาพสูงสุด 8 ช่องสัญญาณ พร้อมเทคโนโลยี AcuSense และ Deep Learning ช่วยแยกแยะบุคคลและยานพาหนะจากวัตถุเคลื่อนไหว เพิ่มความแม่นยำในการตรวจจับเหตุการณ์และช่วยลดการแจ้งเตือนที่ไม่จำเป็น ตัวเครื่องรองรับสัญญาณกล้องแบบ HDTVI, AHD, CVI, CVBS และ IP ทำให้สามารถใช้งานร่วมกับระบบกล้องหลากหลายรูปแบบ รวมถึงรองรับกล้องเครือข่ายได้สูงสุด 12 ช่อง และใช้เทคโนโลยีบีบอัดภาพ H.265 Pro+ เพื่อช่วยลดพื้นที่จัดเก็บข้อมูลและแบนด์วิดท์ในการส่งข้อมูล
ดาวน์โหลดข้อมูลไฟล์ Datasheet
แนะนำวิธีการใช้งาน
1. การติดตั้งอุปกรณ์
ติดตั้งฮาร์ดดิสก์ SATA HDD ภายในเครื่อง DVR สำหรับจัดเก็บข้อมูลภาพ
เชื่อมต่อกล้องวงจรปิดเข้ากับช่อง BNC จำนวน 8 ช่อง ตามลำดับ CH1–CH8
เชื่อมต่อสาย HDMI หรือ VGA จาก DVR ไปยังจอภาพ
เชื่อมต่อเมาส์ USB เพื่อใช้ควบคุมเมนูต่าง ๆ
เชื่อมต่อสาย LAN เข้ากับพอร์ตเครือข่าย หากต้องการดูภาพหรือจัดการเครื่องผ่านเครือข่าย
เชื่อมต่ออะแดปเตอร์และเปิดเครื่อง
2. การตั้งค่าเริ่มต้น
ตั้งค่า ภาษา วันที่ เวลา และ Time Zone ให้ถูกต้อง
กำหนดรหัสผ่านผู้ดูแลระบบที่ปลอดภัย
ตรวจสอบสถานะกล้องแต่ละช่องว่ามีภาพและสัญญาณปกติ
เข้าเมนู Storage/HDD เพื่อเริ่มต้นหรือ Format ฮาร์ดดิสก์ก่อนใช้งาน
3. การตั้งค่าการบันทึก
สามารถเลือกโหมดการบันทึกให้เหมาะกับการใช้งาน เช่น
Continuous Recording บันทึกตลอดเวลา
Event Recording บันทึกเมื่อเกิดเหตุการณ์
Motion Detection บันทึกเมื่อมีการเคลื่อนไหว
ตั้งค่าตารางเวลา (Recording Schedule) แยกตามวันและช่วงเวลาได้
4. การใช้งานระบบ AcuSense
ตั้งค่าฟังก์ชัน AI เพื่อช่วยวิเคราะห์เหตุการณ์ เช่น
Human/Vehicle Detection แยกบุคคลและยานพาหนะ
Perimeter Protection กำหนดพื้นที่หรือเส้นสำหรับตรวจจับการบุกรุก
Face Recognition สำหรับตรวจจับและเปรียบเทียบใบหน้า
Motion Detection 2.0 ช่วยลดการแจ้งเตือนจากการเคลื่อนไหวที่ไม่เกี่ยวข้อง
5. การดูภาพย้อนหลัง
เข้าเมนู Playback แล้วเลือก
ช่องกล้องที่ต้องการ
วันที่และช่วงเวลาที่ต้องการ
เลือกเหตุการณ์หรือช่วงเวลาที่ต้องการตรวจสอบ
กด Play เพื่อดูภาพย้อนหลัง และสามารถค้นหาเหตุการณ์ที่ต้องการได้
6. การสำรองข้อมูล
เสียบ USB Flash Drive หรืออุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่รองรับเข้ากับ DVR จากนั้นเลือกเมนู Export/Backup เลือกกล้อง วันที่ และช่วงเวลาที่ต้องการ แล้วส่งออกไฟล์วิดีโอไปยัง USB
7. การดูภาพผ่านมือถือ
เชื่อมต่อ DVR เข้ากับอินเทอร์เน็ตและตั้งค่าบัญชีผ่าน Hik-Connect จากนั้นเพิ่มอุปกรณ์ด้วย QR Code หรือหมายเลขอุปกรณ์ เพื่อดูภาพสด ดูย้อนหลัง และรับการแจ้งเตือนจากระยะไกล
Diagram (แผนภาพการเชื่อมต่อ)
ข้อดีและประโยชน์ในการใช้งาน
-รองรับกล้องได้หลากหลายระบบ รองรับ HDTVI, AHD, CVI, CVBS และ IP จึงเหมาะกับการติดตั้งใหม่หรืออัปเกรดระบบ CCTV เดิม
-ระบบ AcuSense ช่วยวิเคราะห์ภาพอัจฉริยะ สามารถแยกแยะบุคคลและยานพาหนะ ช่วยลดการแจ้งเตือนที่ไม่เกี่ยวข้อง
-รองรับ Motion Detection 2.0 ช่วยตรวจจับการเคลื่อนไหวและคัดกรองเหตุการณ์ได้แม่นยำขึ้น
-มีฟังก์ชัน Perimeter Protection ช่วยตรวจจับการบุกรุกในพื้นที่สำคัญ เช่น ทางเข้า-ออก หรือบริเวณหวงห้าม
รองรับ Face Recognition ช่วยในการตรวจจับและค้นหาใบหน้าจากภาพที่บันทึก
-บีบอัดวิดีโอด้วย H.265 Pro+ ช่วยลดพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเมื่อเทียบกับการบันทึกด้วยรูปแบบที่ใช้พื้นที่มากกว่า
-ค้นหาภาพย้อนหลังได้สะดวก สามารถค้นหาเหตุการณ์และช่วงเวลาที่ต้องการได้รวดเร็ว
-รองรับการดูภาพจากระยะไกล สามารถเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายและใช้งานร่วมกับ Hik-Connect เพื่อดูภาพผ่านอุปกรณ์ที่รองรับ
-รองรับการติดตั้ง HDD ภายในเครื่อง เหมาะสำหรับระบบที่ต้องการบันทึกภาพต่อเนื่องและเก็บข้อมูลย้อนหลัง
-ตัวเครื่องขนาด 1U เหมาะสำหรับงานติดตั้งที่ต้องการจัดระเบียบอุปกรณ์หรือใช้งานร่วมกับตู้ Rack
ข้อควรระวังในการใช้งาน
-ควรใช้ HDD ที่ออกแบบมาสำหรับงาน CCTV และตรวจสอบความจุที่รองรับก่อนติดตั้ง
-ปิดเครื่องและถอดแหล่งจ่ายไฟก่อน ติดตั้งหรือถอด HDD เพื่อป้องกันความเสียหายของอุปกรณ์
-ตรวจสอบแรงดันไฟฟ้าและใช้อะแดปเตอร์ที่ตรงตามข้อกำหนดของเครื่อง
-ติดตั้ง DVR ในบริเวณที่ แห้ง อากาศถ่ายเทสะดวก และไม่มีความชื้นสูง
-หลีกเลี่ยงการติดตั้งใกล้แหล่งความร้อน แสงแดดโดยตรง หรือบริเวณที่มีฝุ่นมาก
-ไม่ควรวางสิ่งของปิดช่องระบายอากาศ เพราะอาจทำให้เครื่องเกิดความร้อนสะสม
-ควรตั้ง รหัสผ่านที่มีความปลอดภัยสูง และไม่ใช้รหัสผ่านที่คาดเดาได้ง่าย
-หากเปิดใช้งานดูภาพผ่านอินเทอร์เน็ต ควรตั้งค่าระบบเครือข่ายอย่างเหมาะสมและอัปเดต Firmware ตามคำแนะนำของ HIKVISION
-ควรตรวจสอบสถานะ HDD และการบันทึกภาพเป็นประจำ เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถบันทึกข้อมูลได้ตามปกติ
-ควรสำรองข้อมูลสำคัญออกจาก DVR ก่อนทำการ Format HDD หรือเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าที่อาจส่งผลต่อข้อมูล
-ประสิทธิภาพของฟังก์ชัน AI, Face Recognition และ Perimeter Protection อาจขึ้นอยู่กับรุ่นกล้อง ความละเอียด มุมติดตั้ง แสง และสภาพแวดล้อมหน้างาน
-ควรติดตั้งและเดินสายโดยช่างที่มีความรู้ เพื่อให้ระบบกล้องและเครื่องบันทึกทำงานได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย
อุปกรณ์ที่จะได้รับ
1) เครื่องบันทึกภาพ DVR HIKVISION รุ่น iDS-7208HQHI-M1/XT
2) อะแดปเตอร์/ชุดจ่ายไฟ
3) สาย SATA สำหรับเชื่อมต่อ HDD
4) เมาส์ USB สำหรับควบคุมเครื่อง
5) คู่มือการใช้งาน
6) ชุดสกรูสำหรับติดตั้ง HDD
tags : HIKVISION, iDS-7208HQHI-M1/XT, DVR 8CH, DVR 8 ช่อง, เครื่องบันทึกภาพ HIKVISION, เครื่องบันทึกกล้องวงจรปิด, CCTV, กล้องวงจรปิด, AcuSense, H.265, H.265 Pro+, 1080p, 1U, Turbo HD, HDTVI, AHD, CVI, CVBS, IP Camera, AI CCTV, Motion Detection, Human Detection, Vehicle Detection, Face Recognition, Perimeter Protection, AcuSearch, Hik-Connect, ระบบรักษาความปลอดภัย, เครื่องบันทึก CCTV, DVR HIKVISION 8CH
เฉพาะซื้อออนไลน์ผ่านทุกช่องทาง
บัตรเครดิต
QR Code
เก็บเงินปลายทาง
ธนาคาร / ATM